ข้อมูลทั่วไป
 ข้อมูลทั่วไปของเทศบาล
 วิสัยทัศน์และนโยบาย
 พันธกิจเทศบาลตำบล
 ยุทธศาสตร์การพัฒนา
 แผนพัฒนาเทศบาล
ข้อมูลภายใน
 โครงสร้างสภาเทศบาลฯ
 โครงสร้างคณะผู้บริหารฯ
 โครงสร้างส่วนราชการ
 ข้อมูลบุคลากร
เอกสารของเทศบาล
 รายงานผลการดำเนินงาน
 รายงานการประชุม
 แผนการจัดชื้อจัดจาง
 ประการศสภา
พระราชบัญญัติเทศบาล
 พรบ.เทศบาล
 พรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม
 พรบ.อื่น๐
อื่นๆ
 แสดงความคิดเห็น
 ร้องเรียนร้องทุกข์
 ติดต่อเรา

  

บทสวดพระจักรพรรดิ

บทสวดพระคาถามหาจักรพรรดิ
สวดพร้อมกันทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ

 

 

สวดกลางคืน  เวลา ๒๐.๓๐  น. และตอนเช้าเวลา ๐๖.๐๐ น.


คำอัญเชิญภพภูมิ


ลูกขอตั้งสัจจะอธิษฐาน  ขอกราบอาราธนาเมตตาบารมีรวมหลวงปู่ทวด  หลวงปู่ดู่ ขอหลวงปู่ดู่ได้โปรดมีเมตตา อาราธนาบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบัน   บรมมหาจักรพรรดิทุกๆพระองค์  พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์  พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทุกๆพระองค์  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้าเป็นที่สุด
ขอบารมีหลวงปู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำ ภพภูมิต่างๆ ทั้งหลายทั่วทั้ง ๓ แดนโลกธาตุอันประกอบไปด้วยเทพ ๖ ชั้นพรหม ๒๐ ชั้น เทพพรหมทุกชั้นฟ้ามหาสมุทรโดยทั่วทั้งแสนหมื่นโกฎิจักรวาลและอนันต์จักรวาล เทพพรหมเทวาที่เกี่ยว พันกับหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ หลวงตาม้า เทพพรหมเทวาที่เกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต ท่านท้าวมหาราชทั้ง ๔ พระยายมราชพร้อมบริวารทั้งหมด พระศรีสยามเทวาธิราช ทุกๆพระองค์วีรบุรุษและวีรสตรีทั้งหลาย ที่คอยปกป้องรักษาแผ่นดินสยาม โอปาติกะทั้งหลาย ฤาษีและดาบสทั้งหลาย  ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทุกๆจังหวัดพระเสื้อเมือง  พระทรงเมือง พระกาฬชัยศรี พระราหู เจ้ากรุงพาลี แม่พระธรณี แม่พระคงคา แม่พระโพสพ พระเพลิง พระพาย พญาครุฑ พญานาค คนธรรพ์กุมภัณฑ์พร้อมบริวารทั้งหมดทั้งมวล ชาวเมืองลับแลและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้เคยไปอธิษฐานไว้  ขอหลวงปู่ดู่ได้โปรดเมตตาน้อมนำท่านทั้งหลายมาร่วมสวดบทพระมหาจักรพรรดิพร้อมกันกับข้าพเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด


บทบูชาพระ


พุทธัง ชีวิตตัง เม ปู  เชมิ
ธัมมัง ชีวิตตัง เม ปู  เชมิ
สังฆัง ชีวิตตัง เม ปู  เชมิ

กราบพระ ๖ครั้ง


พุทธัง วันทามิ(กราบ)
ธัมมัง วันทามิ(กราบ)
สังฆัง วันทามิ(กราบ)
ครูอุปัชฌาย์อาจาริยคุณัง วันทามิ(กราบ)
มาตาปิตุคุณังวันทามิ(กราบ)
พระไตรสิกขาคุณัง วันทามิ(กราบ)

บทสมาทานศีล๕

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สรณังคัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สรณังคัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สรณังคัจฉามิ

ปาณาติปาตา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ
อทินนาทานา  เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ
อะพรัหมะจะริยา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ
มุสาวาทา  เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ
สุราเมรยะ มัชชะปมาทัฎฐานา เวรมณีสิกขาปะทังสมาธิยามิ

อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ  (๓ครั้ง)
สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะโภคะสัมปทา
สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสธะเย

 

บทอาราธนาพระ


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)
พุทธัง  อาราธนานัง  กะโรมิ
ธัมมัง  อาราธนานัง  กะโรมิ
สังฆัง  อาราธนานัง  กะโรมิ

 

คาถาหลวงปู่ทวด


น้อมระลึกถึงหลวงปู่ทวดแล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภะคะวา (๓ครั้ง)

 

คาถาหลวงปู่ดู่


น้อมระลึกถึงหลวงปู่ดู่แล้วว่าคาถาดังนี้
นะโม โพธิสัตโต พรหม ปัญโญ (๓ครั้ง)


บทขอขมาพระรัตนตรัย


โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง  ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง  ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง  ปาปะกะโต มะยา
ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุ

 

บทสวดมหาจักรพรรดิ


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ(๓ ครั้ง)

นะโม   พุทธายะ พระพุทธะ  ไตรรัตนญาณ


มณีนพรัตน์  สีสะหัสสะ  สุธรรมา


พุทโธ  ธัมโม  สังโฆ ยะธาพุทโมนะ


พุทธะบูชา  ธัมมะบูชา  สังฆะบูชา


อัคคีธานัง วะรังคันธัง  สีวลี  จะ  มหาเถรัง


อะหังวันทามิทูระโต


อะหังวันทามิ ธาตุโย


อะหังวันทามิสัพพะโส


พุทธะ ธัมมะ  สังฆะ  ปูเชมิ

 

(*สวดตามกำลังวัน อาทิตย์ ๖, จันทร์ ๑๕, อังคาร ๘, พุธ ๑๗, พฤหัส ๑๙, ศุกร์ ๒๑, เสาร์ ๑๐)

 

น้อมนำบารมีรวมหลวงตาม้า  หลวงปู่ดู่  ส่งพลังงานบุญ  ไปช่วยเหลือภพภูมิต่างๆ  ดังนี้

 

ครั้งที่ ๑ 

การอธิษฐานสัพเพ  แผ่ไปให้สามแดนโลกธาตุ


 ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวมพระพุทธเจ้าทุกๆ  พระองค์  พระปัจเจกพุทธเจ้า  พระโพธิสัตว์  พระเจ้าจักรพรรดิ  พระธรรม  พระอริยะสงฆ์ทุกๆ พระองค์  ตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันและอนาคต  บารมีรวมหลวงตาม้า  บารมีรวมหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด  ขอให้หลวงปู่ดู่รวมบารมีทั้งหมดทั้งมวล  น้อมส่งไปยัง ๓ แดนโลกธาตุ  มีอบายภูมิเบื้องล่าง  มนุษย์ภูมิเบื้องกลาง       เทวโลกและพรหมโลกเบื้องสูง  ส่งให้ทุกรูปทุกนามที่มีกระแสสามารถรับพลังงานบุญหลวงปู่ได้  ขอเชิญอนุโมทนารับบุญที่ส่งให้นี้ด้วยเทอญ
สัพเพพุทธา  สัพเพธัมมา  สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา  ปัจเจกานัญ  จะ  ยัง  พลัง
อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส
(สวด  ๕  จบ)
พุทธัง อธิษฐามิ   ธัมมัง อธิษฐามิ    สังฆังอธิษฐามิ

(ให้อธิษฐานจิตแผ่บุญไปทั้งสามโลกธาตุ ภพภูมิทั้งหมดทั้งมวลบิดามารดา ญาติ เจ้ากรรมนายเวร  และส่งวิญญาณทั้งหลาย)

 


ครั้งที่ ๒ 

การอธิษฐานสัพเพให้บูรพกษัตริย์ไทย  ให้ผู้สร้างประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา  ให้พระเจ้าแผ่นดิน  ให้ประเทศชาติ (กำหนดภาพเป็นแผนที่ประเทศไทย)  ให้โลก (กำหนดภาพเป็นแผนที่โลก)

 ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวมพระพุทธเจ้าทุกๆ  พระองค์  พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์  พระเจ้าจักรพรรดิ  พระธรรม  พระอริยะสงฆ์ทุกๆ พระองค์  ตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันและอนาคต  บารมีรวมหลวงตาม้า  บารมีรวมหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด  ขอให้หลวงปู่ดู่รวม   บารมีทั้งหมดทั้งมวล  น้อมส่งไปยังบูรพกษัตริย์ไทย  ผู้ที่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาทุกท่าน  ตั้งแต่อดีต  ปัจจุบัน  อนาคต  ให้พระเจ้าแผ่นดิน  ให้ประเทศชาติ (กำหนดภาพเป็นแผนที่ประเทศไทย)  ให้โลก (กำหนดเป็นแผนที่โลก)


สัพเพพุทธา  สัพเพธัมมา  สัพเพสังฆา


พะลัปปัตตา  ปัจเจกานัญ  จะ  ยัง  พลัง


อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส


(สวด  ๕  จบ)


พุทธัง อธิษฐามิ   ธัมมัง อธิษฐามิ    สังฆังอธิษฐามิ

(ให้อธิษฐานจิตกำหนดภาพพลังงานบุญแผ่ไปยังเป้าหมายที่กำหนด)

 
ครั้งที่ ๓ 

การอธิษฐานสัพเพให้หลวงปู่ดู่รวบรวมบารมี ๑๐ ของเราเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม


 ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน  สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้  ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อชาติ  ศาสนา  ราชบัลลังก์  หมู่คณะ   สัตว์  และมนุษย์ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด  สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้  ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีกำลังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  องค์ปฐมบรมจักรพรรดิ  จนถึงองค์ปัจจุบัน  ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ บุญบารมีใดที่ข้าพเจ้าเคยสั่งสมอบรมมา  เคยปฏิบัติมาจากอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ  ไม่ว่าจะเป็นทาน  ศีล  เนกขัมมะ  ปัญญา  วิริยะ  ขันติ  สัจจะ  อธิษฐาน  เมตตา อุเบกขา  ข้าพเจ้าขอบารมีทั้ง ๑๐ นี้  น้อมถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์  ตั้งแต่สมเด็จองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ  จนถึงองค์ปัจจุบัน  ถวายหลวงปู่ทวด  หลวงปู่ดู่  ขอถวายเป็นพุทธะบูชา  มหาเตชะวันโต  ธัมมะบูชา  มหาปัญโญ  สังฆะบูชา  มหาโภคะวะโห ถวายแด่พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  ขออาราธนาบารมีหลวงปู่ดู่  โปรดน้อมนำบารมีทั้งหมดทั้งมวลนี้  มายังข้าพเจ้าเป็นเท่าทวีคูณ  เพื่อข้าพเจ้าจะได้นำมาเป็นกำลังในการช่วยชาติ  ราชบัลลังก์  หมู่คณะ  สัตว์และมนุษย์ทั้งมวล


สัพเพพุทธา  สัพเพธัมมา  สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา  ปัจเจกานัญ  จะ  ยัง  พลัง
อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส
(สวด  ๕  จบ)

พุทธัง อธิษฐามิ   ธัมมัง อธิษฐามิ    สังฆังอธิษฐามิ


(ให้อธิษฐานจิตกำหนดภาพพลังงานบุญแผ่ออกไปยังเป้าหมายที่กำหนด)

 

ครั้งที่ ๔ 

การอธิษฐานเฉพาะส่วนตัวของเราเองสามารถอธิษฐานได้ตามแต่ใจปรารถนา


 ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีรวมพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้า  พระโพธิสัตว์  พระเจ้าจักรพรรดิ  พระธรรม  พระอริยะสงฆ์ทุกๆ  พระองค์ ตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันและอนาคต  บารมีรวมหลวงตาม้า  บารมีรวมหลวงปู่ดู่เป็นที่สุด  ขอให้หลวงปู่ดู่  รวมบารมีทั้งหมดทั้งมวล  ส่งให้.....(ตามแต่จะอธิษฐาน).....


สัพเพพุทธา  สัพเพธัมมา  สัพเพสังฆา
พะลัปปัตตา  ปัจเจกานัญ  จะ  ยัง  พลัง
อะระหันตานัญจะ  เตเชนะ  รักขัง  พันธามิ  สัพพะโส
(สวด  ๕  จบ)
พุทธัง อธิษฐามิ   ธัมมัง อธิษฐามิ    สังฆังอธิษฐามิ


(ให้อธิษฐานจิตกำหนดภาพพลังงานบุญแผ่ออกไปยังเป้าหมายที่กำหนด)

 

“...ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐาน ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อชาติ ศาสนา ราชบัลลังก์ หมู่คณะ สัตว์ และมนุษย์ทั้งหมดที่ยังเวียนว่ายตายเกิด สิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้ ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐานขอบารมีกำลังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปฐมบรมมหาจักรพรรดิ ถึงองค์ปัจจุบัน บรมมหาจักรพรรดิทุกๆ พระองค์ ขอบารมีพระแก้วแดง พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรม และพระอริยะสงฆ์ ทั้งหลาย ขอบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่เป็นที่สุด  ขอได้โปรดเมตตารวมบุญบารมีที่ข้าพเจ้าเคยสั่งสม เคยอบรมมา ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันชาติ ไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา และทศบารมี เพื่อนำกำลังนี้มาใช้เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน.....(อธิษฐานเอาตามปรารถนา)....เป็นประโยชน์กับชาติพุทธศาสนาสถาบันพระมหากษัตริย์

ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญกุศลทั้งหมดทั้งมวล แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระโพธิสัตว์ทุกๆพระองค์ พระอริยะสงฆ์เจ้าทั้งหมด ทั้งมวล หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ พระศรีสยามเทวาธิราช หลวงตาม้า ผู้สวดคาถามหาจักรพรรดิทั่วทั้ง ๓ แดนโลกธาตุ นับตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน จนถึงอนาคตเทอญ
ข้าพเจ้าขออธิษฐาน ขออาราธนาบารมี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดเมตตาสถิตเหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่อยู่เบื้องซ้ายและขวา เสมือนข้าพเจ้าสวดพระคาถามหาจักรพรรดิอยู่ตลอดเวลา ขอให้กายทิพย์ของข้าพเจ้าสวดพระคาถามหาจักรพรรดิตลอดเวลา และขอทุกลมหายใจเข้าออกของข้าพเจ้า เป็นการสัพเพฯ แผ่กุศลผลบุญไปทั่วทั้ง ๓แดนโลกธาตุอย่างไม่มีประมาณ แผ่ให้กับเจ้ากรรมนายเวร และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกลมหายใจด้วยเทอญ

ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมีหลวงปู่ดู่ สิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นตา หู จมูก ปาก ลิ้น กาย และใจ ขอข้าพเจ้ารู้ได้ตามสภาพความเป็นจริง

ขอให้ข้าพเจ้าพบแต่คนดีและความดีตลอดไป ไม่ว่าข้าพเจ้าจะเกิด ณ ที่แห่งใดใน ๓ แดนโลกธาตุนี้ ขอความขัดข้อง ความไม่มี อย่าได้เกิดกับข้าพเจ้าอีกเลย นับตั้งแต่บัดนี้ตราบจนข้าพเจ้าเข้าสู่พระนิพพานเทอญ

ข้าพเจ้าขออธิษฐานต่อองค์พระศรีสยามเทวาธิราช โปรดเมตตา
ขจัดปัดเป่าปัญหาและอุปสรรคในชีวิตข้าพเจ้าให้หมดสิ้นไป

ขออธิษฐานต่อองค์พระอุปคุต โปรดเมตตาช่วยให้การงาน การเงินของข้าพเจ้ามีความคล่องตัว ไม่มีอุปสรรคใดๆ
ขออธิษฐานต่อองค์พระกาล โปรดเมตตาเลื่อนเวลาแห่งความดีงาม ความสำเร็จทั้งในทางโลกและทางธรรม เข้ามาสู่ชีวิตของข้าพเจ้าโดยพลัน เพื่อนำมาเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อชาติ   พุทธศาสนา และสถาบันพระ มหากษัตริย์สืบไป


สัพเพพุทธา  สัพเพธัมมา สัพเพสังฆา


พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญ จะ ยังพลัง


อรหันตานัญ  จะ  เตเชนะ รักขัง พันธามิสัพพะโส


(สวด ๕ จบ)


สัพเพฯ 5 รอบ หรือมากกว่า เวลาสัพเพฯ ให้นึกไปถึงธุรกิจการงานต่างๆ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีมาก ให้นึกถึงภาพรวม

“การสวดบทพระคาถามหาจักรพรรดิคือการชาร์จพลังงาน การสัพเพคือการแผ่กระจายพลังงานออกไป” จากนั้นให้อธิษฐานขอหลวงปู่ท่านอีกครั้ง ขอท่านตรงๆ ง่ายๆ แต่ต้องขอในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และอธิษฐานว่า

“...ข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมีหลวงปู่ดู่ด้วยกำลังแห่งพระมหาจักรพรรดิ   ขอสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานนี้ สำเร็จเป็นจริงโดยฉับพลันทันใจทุกประการ ด้วยอิมังสัจจะวาจังอธิษฐมิ พุทธังอธิษฐามิ ธัมมังอธิฐามิ สังฆังอธิษฐามิ”

---- จบการสวดบทพระจักรพรรดิ ------


คำอธิษฐานกรรมฐานฝึกจิตเร่งสมาธิเร่งนิมิต

 

ข้าพเจ้า ......(นามของท่าน)...ผู้เป็นข้ารับใช้แห่งพระพุทธองค์ขอนอบน้อมและน้อมนำบารมีแห่งพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าพระอริยบุคคลทุกชั้นภูมิพระโพธิสัตว์และพระบรมมหาจักรพรรดิ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคตครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบๆกันมา โดยมีบารมีรวมของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญเป็นที่สุดขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้าขึ้นสู่ภาวะพระกรรมฐานทั้ง ๔๐ ทัศ พระปิติทั้ง ๕  และวิปัสสนาญาณทั้ง ๙ ขอพระกรรมฐานทั้ง๔๐ ทัศ พระปิติทั้ง๕ และวิปัสสนาญาณทั้ง๙ จงมาบังเกิดปรากฏในกายทวาร ในวจีทวาร  ในมโนทวาร ของข้าพระพุทธเจ้า ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด

ขอได้โปรดยกจิตของข้าพเจ้า ขึ้นสู่ภาวะเมฆจิต สามารถกำหนดจิตรู้ภาวะการณ์ต่างๆทั้งเหตุ ผล อดีต อนาคต และปัจจุบันได้ทุกขณะจิตที่ปรารถนาจะรู้ เมื่อรู้แล้วขอให้เห็นภาพนั้นได้ชัดเจนแจ่มใสและพยากรณ์ได้ตามความเป็นจริงทุกๆประการเหตุที่จะพึงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าขอให้ข้าพเจ้าได้รู้เหตุนั้นโดยมิต้องกำหนดจิตแม้แต่ประการใด ณ  กาล  บัดเดี๋ยวนี้เถิด


วิธีการฝึกจิต

หลักสำคัญในการฝึกจิตนั้นก็คือ ทำตัวให้สบายทำใจให้สนุก นั่นคือการ ตั้ง จิตให้สบาย กำพระหรือกำหนดนึกรู้เห็นพระ (จะเป็นพระพุทธนิมิตก็ดี หลวงปู่ทวดก็ดี หลวงปู่ดู่ ก็ดี เรียกอีกอย่างว่าการ ตั้งองค์พระ) วางอารมณ์จิตเบาๆ วางลมหายใจสบายๆ ตามปกติ และภาวนาคลอไปเรื่อยๆ
ทำได้ทุกอิริยาบท ยืน เดิน นั่ง นอน ยามหลับ ยามตื่น รู้ตัว มิรู้ตัว ให้ภาวานา และตั้งองค์พระ (คือการกำหนดภาพพระ) ไว้ตลอด ทำทุกครั้งที่มีสตินึกระลึกรู้ ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องเกร็ง ให้ทำอย่างสบายๆ ยามจะหลับ ให้ ภาวนาไปจนหลับ ยามตึ่น ให้รีบภาวนาจนมีสติดีแล้ว ให้นึกถึงพระ พร้อมทั้งอธิฐานดังนี้

 

ตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้น

๑. เริ่มต้นด้วยการกล่าวคำบูชาพระ สมาทานศีล (เปลี่ยนศีลข้อกาเมสุมิจ ฉาจาร เป็น อะพรัหมะจะริยาฯ เพื่อเตรียมจิตก่อนอธิษฐานบวชจิต) จากนั้น ก็กล่าวคำอาราธนากรรมฐาน ว่า “พุทธัง อาราธะนัง กะโรมิ, ธัมมัง อาราธะนัง กะโรมิ, สังฆัง อาราธะนัง กะโรมิ” เป็นต้น

๒. เบื้องต้น ยังไม่ต้องรีบร้อนบริกรรมภาวนา หรือนึกนิมิตใดๆ หากแต่ให้ปรับท่านั่งให้เข้าเป็นที่สบาย โดยตั้งกายให้ตรง ผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อทุกส่วน สูดลมหายใจลึกๆ สักสองสามครั้ง พร้อมกับทำจิตใจของเราให้ปลอดโปร่งโล่งว่าง สร้างฉันทะที่จะปฏิบัติกรรมฐาน ระลึกว่าเรากำลังใช้เวลาที่มีคุณค่าแก่ชีวิต คือการพัฒนาจิตใจ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่ากว่าสมบัติอย่างอื่น ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย หรือทรัพย์สมบัติ

๓. กล่าวอาราธนาขอให้พระพุทธเจ้า หลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ได้โปรดมาเป็นผู้นำและอุปการะจิตในการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ จากนั้น ก็น้อมจิตกราบพระว่า พุทธังวันทามิ   ธัมมังวันทามิ   สังฆังวันทามิ

๔. สำรวจอารมณ์ที่ค้างคาอยู่ในใจเรา แล้วชำระมันออกไป ทั้งเรื่องน่าสนุกเพลิดเพลิน หรือเรื่องชวนให้ขุ่นมัวต่าง ๆ ตลอดถึงความง่วงเหงาหาวนอน และความฟุ้งซ่านรำคาญใจต่าง ๆ รวมทั้งปล่อยวางความลังเลสงสัยเสีย ก่อน

๕. เมื่อชำระนิวรณ์อันเป็นอุปสรรคของการเจริญสมาธิออกไปในระดับหนึ่งแล้ว กระทั่งรู้สึกปลอดโปร่งโล่งว่างตามสมควร จึงค่อยบริกรรมภาวนาในใจว่า “พุทธัง สรณัง คัจฉามิ, ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ, สังฆัง สรณัง คัจฉามิ”

๖. มีหลักอยู่ว่าต้องบริกรรมภาวนาด้วยใจที่สบายๆ (ยิ้มน้อยๆ ในดวงใจ) ไม่เคร่งเครียด หรือจี้จ้องบังคับใจจนเกินไป

๗. ทำความรู้สึกว่าร่างกายของเราโปร่ง กระทั่งว่าลมที่พัดผ่านร่างกายเรา คล้ายๆ กับว่าจะทะลุผ่านร่างของเราออกไปได้

๘. ให้มีจิตยินดีในทุกๆ คำบริกรรมภาวนา ว่าทุกๆ คำบริกรรมภาวนา จะกลั่นจิตของเราให้ใสสว่างขึ้นๆ

๙. เอาจิตที่เป็นสมาธิพอประมาณนี้มาพิจารณาร่างกายว่ามันเป็นก้อนทุกข์ ยามจะแก่ จะเจ็บ จะตาย เราก็ไม่อาจบังคับบัญชา หรือห้ามปรามมันได้ ถึงแม้ว่าเราจะดูแลมันดีอย่างไร มันก็จะทรยศเรา มันจะไม่เชื่อฟังเรา ให้พิจารณาให้ละเอียดลงไปซ้ำๆ จนกว่าจิตจะเห็นและยอมรับความจริง เมื่อจิตยอมรับจิตก็จะคลายจากความยึดมั่นถือมั่นว่ากายนี้เป็นเราหรือเป็นของเรา (การปฏิบัติกรรมฐานครั้งต่อไป ก็อาจเปลี่ยนเป็นการพิจารณาอย่างอื่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น หรือพิจารณาโดยรวมว่าร่างกายเราหรือคนอื่นก็สักแต่ว่าเป็นโครงกระดูก แม้ภายนอกจะดูแตกต่าง มีทั้งที่ผิวพรรณงาม หรือทรามอย่างไร แต่เบื้องลึกภายในก็ไม่แตกต่างกันในความเป็นกระดูก ที่ไม่น่าดูน่าชม เสมอกันหมด ให้พิจารณาให้จิตยอมรับความจริง เพื่อให้คลายความหลงยึดในร่างกาย ฯลฯ)

๑๐. เมื่อรู้สึกว่าจิตเริ่มขาดกำลังหรือความแจ่มชัด ก็ให้หันกลับมาบริกรรมภาวนาเพื่อสร้างสมาธิขึ้นอีก
----------------------------------------------------------------------------------------------

แนะนำบทสวดพระมหาจักรพรรดิ

 
เป็นบทสวดที่เรียบเรียงมาจาก “ชมพูปติสูตร” ในตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตรพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพื่อกำราบทิฐิมานะของพญาชมพูบดี พระมหากษัตริย์ผู้มากด้วยอิทธิฤทธิ์ โดยผู้ที่แต่งพระคาถาบทนี้คือหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ คาถาจักรพรรดิ บทนี้เป็นพระคาถาหลักที่หลวงปู่ดู่ใช้ในการรวมบารมีแผ่ช่วยเหลือภพภูมิและใช้ในการอธิษฐานปลุกเสกพระเครื่องทุกชนิดของท่าน  การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั้งสามแดนโลกธาตุ แผ่บุญไปทั่วถึงสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเรา ญาติมิตร เพื่อนฝูง ครอบครัว เจ้ากรรมนายเวร บทสวดพระมหาจักรพรรดินี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งหมดตลอดจนถึงพระธรรมและพระโพธิสัตว์เจ้า พระอริยะสงฆ์ทั้งมวล รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหม พระอริยะเจ้า พระเจ้าจักรพรรดิทุกพระองค์ พระมหาโพธิสัตว์ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มาอาราธนารวมเข้าที่กายใจ  อัญเชิญเข้าตัว  ป้องกันภัยมีการกล่าวถึงพระสีวลีเป็นมหาโชคมหาลาภ และบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญกรรมฐาน หากสวดบทนี้สามารถอธิษฐานเรื่องราวที่ขัดข้อง ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่ง

ทุกๆวัน ในเวลา ๒๐.๓๐ น. หลวงตาม้า(ลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ที่ยังดำรงขันธ์อยู่)และศิษย์ทั้งหมดจะร่วมสวดมนต์บทนี้ เพราะเป็นช่วงที่ เปิดทั้ง ๓ แดนโลกธาตุให้สื่อถึงกันได้หมด เทพพรหมทั่วแสนโกฏิจักรวาล จะร่วมกันสวดบทนี้ ในช่วงนี้แม้แต่ไฟนรกก็ดับชั่วคราว

อานิสงส์การสวดพระมหาจักรพรรดิ

บทนี้เป็นการสวดไหว้พระพุทธเจ้าทั่วทั้งพระนิพพานตลอดจนถึงพระธรรมเจ้าและพระโพธิสัตว์เจ้าพระอริยะสงฆ์สาวกทั้งมวลไหว้พระพุทธเจ้าทั้ง ๕  พระองค์รวมถึงน้อมนำกำลังของเทพพรหมพระอริยะเจ้าทั้งหลาย
การสวดครั้งหนึ่งเป็นการดึงกำลังของพระเจ้าจักรพรรดิทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคตรวมถึงกำลังของพระมหาโพธิสัตว์เจ้ามารวมกันอาราธนาเข้าที่กายและใจ และรวมกำลังของพระโพธิญานโพธิสัตว์เจ้าทั้งหลายตั้งแต่อดีตถึง ปัจจุบัน และอนาคต
การสวดครั้งหนึ่งมีอานิสงค์แผ่ไปทั่วจักรวาลสามแดนโลกธาตุสามารถแผ่บุญไปทั่วทุกสรรพสัตว์ตลอดจนเทวดาประจำตัวเราญาติมิตรเพื่อนฝูงครอบครัวเจ้ากรรมนายเวรและหากนำบทสวดแผ่ไปไฟนรกจะดับชั่วขณะ 
บทนี้เป็นการสร้างกำแพงแก้วคุ้มกันตัวรวมถึงการอาราธนาบารมีครูบาอาจารย์พระพุทธพระธรรมพระสงฆ์อัญเชิญเข้าตัวเพื่อป้องกันภัยและสร้างมหาโชค-มหาลาภ
 อานิสงค์แก่ผู้สวดมีทั้งมหาบุญ-มหาลาภ  เนื่องจากมีการกล่าวถึงพระสีวลี รวมถึงบทนี้มีพลังงานอย่างยิ่งในการเจริญพระกรรมฐานหากนำไปสวดบริกรรมก่อนหรือระหว่างนั่งภาวนากรรมฐานจะทำให้การภาวนามีพุทธานุภาพมาคลุม และคุมการปฏิบัติของเราคลุมกายและจิตเราเป็นวิมานทิพย์  (ครอบวิมานให้ตัวเองหรือสวดอธิษฐานครอบคนอื่นก็ได้)
หากสวดบทนี้สามารถอธิษฐานเรื่องราวใดๆมี่ติดข้องใจได้ให้ผ่านพ้นไปอย่างทะลุปรุโปร่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าคาถาจักรพรรดินี้ จากการเรียบเรียงถ้อยคำโดยหลวงปู่ดู่ท่านก่อให้เกิด จักรพรรดิ กำลังจักรพรรดิขึ้นด้วยในบทสวดพระคาถาครอบจักรวาล
 พระคาถามหาจักรพรรดิที่หลวงปู่ดู่แต่งขึ้นมานั้นนอกจากท่านจะได้ทำการอธิษฐานบารมีให้ผู้สวดได้รับพลังจากพระรัตนตรัยอย่างมหาศาลแล้ว ยังก่อให้เกิด "พุทธนิมิต" เป็นวิมานแก้วพระพุทธเจ้ามาครอบสถิตผู้สวดด้วย โดยมีลักษณะเป็นมณฑปแก้วจัตุรมุข ปรากฎฉัพพรรณรังสีหกประการสว่างไสวพร้อมด้วยโพธิสัตตราวุธทั้ง ๔ ประการ ประจำอยู่ทั้ง ๔ ทิศ ได้แก่พระมหามงกุฎ ตรีศูล จักรแก้ว และ พระขรรค์เพชร ทั้งหมดล้วนเป็นของคู่บุญบารมีของพระศรีอาริย์โพธิสัตว์ โดยมี "พระมหามงกุฎ" เป็นศิราภรณ์ที่เปี่ยมไปด้วยบุญฤทธิ์ (หลวงปู่บุดดา ถาวโร พระอรหันต์ระดับจตุปฎิสัมภิทาญาณได้เคยนำมาถวายหลวงปู่ดู่เป็นพุทธบูชาอีกองค์หนึ่งด้วย)
ส่วนอาวุธที่เหลือทั้ง ๓ ล้วนเป็นเทพศาสตราวุธชั้นสูง มีไว้เพื่อประดับบารมีแห่งพระโพธิสัตว์และเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์อย่างยิ่ง
หากสวดเป็นประจำสามารถอธิษฐานให้เกิดเป็นองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิได้ซึ่งเปี่ยมไปด้วยอิทธิฤทธิ์และบุญฤทธิ์ มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากประดับด้วยเครื่องทรงแห่งพระมหาจักรพรรดิอย่างวิจิตรอลังการเปล่งรัศมีหลากสีด้วยแสงแห่งรัตนอัญมณี เรียกว่า "พระมหาวิษิตาภรณ์"มาครอบสถิตผู้ภาวนา บารมีของหลวงปู่ดู่ที่ท่านน้อมนำอธิษฐานจิตจึงมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากเพราะท่านใช้บารมีทั้งหมดของท่านอัญเชิญกระแสบารมีแห่งพระรัตนตรัยและตั้งองค์พระพุทธนิมิตปางมหาจักรพรรดิบรรจุลงไปในวัตถุมงคลที่บารมีท่านมาประจุอีกด้วย
(สำหรับนักปฎิบัติเบื้องต้นใช้คู่กับการกำพระผงจักรพรรดิจะทำให้ก้าวหน้า
เร็วขึ้นมาก)
 


POWERED BY CHAIYO READY WEB
LEADER IN READY TEMPLATE SERVICE